“อาร์มี่ แฟนคลับ BTS ชาวไทย” ในฐานะผู้บริโภคและผู้สนับสนุนหลักของคอนเสิร์ต BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ IN BANGKOK ขอเปิดเผยข้อเท็จจริงและหลักฐานต่อสาธารณชน ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ผู้บริโภคที่ซื้อบัตรตามกติกาปกติจำนวนมากที่ ไม่สามารถซื้อบัตรได้สำเร็จ ขณะที่มีผู้ขายบัตรต่อในราคาสูงกว่าหน้าบัตรหลายเท่าภายในเวลาอันสั้นหลังประกาศจำหน่ายหมด
บริษัท ไลฟ์ เนชั่น เทโร จำกัด ในฐานะผู้จัดคอนเสิร์ต และบริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด ในฐานะผู้จำหน่ายบัตร เปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตระหว่างวันที่ 9–11 มิถุนายน 2569 ระหว่างการจำหน่าย ระบบเกิดปัญหาขัดข้องอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อจำนวนเป็นวงกว้าง
ภายหลังประกาศจำหน่ายบัตรหมดในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 พบว่า มีบัตรจำนวนมากปรากฏในตลาดขายต่อทันทีในราคาสูงกว่าหน้าบัตรอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ผู้จัดได้ประกาศมาตรการห้ามการใช้โปรแกรมอัตโนมัติและห้ามขายต่อบัตรไว้ต่อสาธารณะ จนถึงปัจจุบัน ผู้จัดและผู้จำหน่ายบัตรยังมิได้บังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างครบถ้วน
ถูกระบบปฏิเสธด้วย Error 418 — รหัสที่ระบบใช้ตีว่าผู้ใช้เป็นบอท ทั้งที่รอคิวตามปกติ ถูกบล็อกซ้ำหลายครั้งและบังคับให้เริ่มคิวใหม่
คิวแช่แข็งเป็นเวลานาน — บางรายรอคิวตั้งแต่เปิด 09:00 น. เพิ่งได้เข้าซื้อเวลา 16:00–16:10 น.
ระบบล่ม ระหว่างขั้นตอนเลือกที่นั่งหรือชำระเงิน
ระบบจำหน่ายบัตรปฏิเสธการเข้าถึงของผู้ซื้อจริงจำนวนมาก โดยตีความว่าการเข้าถึงของผู้ใช้งานตามปกติเป็นการเข้าถึงโดยโปรแกรมอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน รูปแบบการขายต่อบัตรที่ปรากฏในหลักฐาน ทั้งลักษณะวันที่แสดง โซน แถว และเลขที่นั่งที่เรียงต่อเนื่องกันเป็นชุด เกิดขึ้นในทุกรอบการจำหน่ายบัตรบนเว็บไซต์ของบริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับการกว้านซื้อด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ ผู้จัดมีมาตรการ ข้อบังคับ และเงื่อนไขห้ามการใช้โปรแกรมอัตโนมัติและห้ามการขายต่อบัตรประกาศไว้ต่อสาธารณะแล้วตั้งแต่ก่อนเปิดจำหน่าย แต่มาตรการตรวจสอบบัตรล่าสุดที่ประกาศครอบคลุมเพียงกรณีชื่อบนบัตรไม่ตรงกับผู้แสดงตนเท่านั้น
อนึ่ง ผู้ใช้งานถูกบล็อกด้วย Error 418 ที่มักถูกใช้เป็นสัญญาณบล็อกการเข้าถึงโดยระบบป้องกันบอทของเว็บไซต์ แต่จากรายงานปัญหาจากผู้ใช้งานระบุตรงกันว่า ตนเป็นผู้ซื้อจริงที่เข้าคิวตามขั้นตอนปกติ มิได้ใช้โปรแกรมอัตโนมัติหรือเครื่องมือช่วยเหลือใด ๆ มีอัตราการคลิกและการรีเฟรชหน้าเว็บของตนเป็นไปตามปกติของผู้ใช้งานทั่วไป มิได้กระทำซ้ำถี่หรือเร่งรีบผิดวิสัย แต่ยังคงถูกระบบปฏิเสธการเข้าถึงซ้ำหลายครั้ง
หลังประกาศจำหน่ายบัตรหมด เริ่มมีบุคคลที่สาม ทยอยประกาศขายบัตรต่อ ขณะที่ผู้ซื้อที่รอคิวตามปกติจำนวนมาก ยังไม่ได้เข้าถึงผังที่นั่ง จากการเก็บหลักฐาน ยอดรวมจากการขายบัตรต่อโก่งราคา พุ่งทะลุจาก 6.6 ล้าน เป็น 30.8 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 11 วัน
ยอดรวมจากการโก่งราคา ฿30,763,201 และสูงสุด ฿175,000 ต่อใบ
”นโยบายต่อไปนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัด” — ผู้จัดประกาศไว้เมื่อ 22 พ.ค. และ 2 มิ.ย. 2569 ต่อสาธารณะก่อนเปิดจำหน่ายบัตร
กรรมสิทธิ์ในบัตรและสายรัดข้อมือ
บัตรและสายรัดข้อมือที่ใช้สำหรับเข้างานเป็นทรัพย์สินของผู้จัดงานตลอดไป และห้ามโอนหรือขายต่อให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้จัดงานก่อน การโอนหรือขายต่อที่ผิดกฎหมาย หรือไม่ได้รับความยินยอมรวมถึงความพยายามกระทำการดังกล่าวเป็นที่ต้องห้าม และอาจเป็นเหตุให้บัตรและสายรัดข้อมือดังกล่าวถูกยึดคืนหรือถูกยกเลิกได้โดยไม่ได้รับเงินคืนหรือการชดเชยใดๆ รวมทั้งผู้ถือหรือครอบครองบัตร หรือสายรัดข้อมืออาจถูกปฏิเสธการเข้างานหรือถูกนำตัวออกจากงานได้
ผู้จัดและผู้จำหน่ายบัตร เคยดำเนินการกับปัญหาลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนแล้ว ทั้งในประเทศและจากเครือบริษัทแม่ในระดับสากล
บรรทัดฐานทั้งสามกรณีแสดงว่า ผู้จัด ผู้จำหน่ายบัตร และเครือบริษัทแม่ มีศักยภาพ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ข้อเรียกร้องนี้จึงเป็นการขอให้นำแนวปฏิบัติที่มีอยู่แล้วมาใช้ มิใช่ข้อเรียกร้องใหม่
ยอดรวมที่รายงานต่อสาธารณะ เพิ่มขึ้นจาก 6.6 ล้านบาท เป็น 30.8 ล้านบาท ภายใน 11 วัน ขณะที่ผู้จัดและผู้จำหน่ายบัตรยังมิได้ชี้แจงหรือดำเนินการใดต่อสาธารณะ
บริษัท ไลฟ์ เนชั่น เทโร จำกัด ออกประกาศกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์บัตรเข้าชมการแสดง กำหนดให้ผู้ซื้อที่ชื่อบนบัตรไม่ตรงกับผู้แสดงตนต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 20 มิถุนายน ถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 มิฉะนั้นบัตรจะถูกยกเลิกและนำกลับเข้าระบบ
ประเด็นที่อาร์มี่ แฟนคลับ BTS ชาวไทย รายงานมาตลอดมิได้มีแค่เรื่องชื่อ-นามสกุล บนบัตรตรงกับผู้แสดงตนหรือไม่ ทว่าประกาศฉบับนี้ อ้างอิงเพียงมาตรการเรื่องชื่อ-นามสกุล เพียงมาตรการเดียว ส่วนมาตรการเรื่องบอทและการขายบัตรต่อโดยบุคคลที่สาม ซึ่งตรงประเด็นปัญหาที่รายงานโดยตรง ยังไม่ถูกกล่าวถึงในประกาศนี้แต่อย่างใด
ในประเด็นเรื่องชื่อ-นามสกุล บนบัตรนี้เอง ยังมีรายงานจากผู้บริโภคหลายรายถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่หน้าเคาน์เตอร์ของผู้จำหน่ายบัตรโดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นเรื่องชื่อบนบัตรอาจมีมิติที่กว้างกว่าที่ประกาศตรวจสอบสิทธิ์บัตรฉบับนี้ครอบคลุม
จากการเก็บข้อมูลพบว่า มีกรณีที่บุคคลที่สามเสนอขายบัตรต่อพร้อมระบุว่าสามารถดำเนินการเปลี่ยนชื่อบนบัตรให้ตรงกับผู้ซื้อใหม่ได้ บางกรณีมีการนัดหมายกันที่เคาน์เตอร์ของผู้จำหน่ายบัตรโดยตรง และบัตรที่ออกใหม่ที่หน้าเคาน์เตอร์ปรากฏชื่อของผู้ซื้อรายใหม่แทนชื่อผู้ซื้อเดิม
นอกจากนั้นยังพบกรณีวันที่ออกบัตรกระดาษ (หรือ “วันที่ขาย” ตามที่ระบุบนบัตร) เป็นวันที่ภายหลังจากวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ผู้จัดประกาศว่าจำหน่ายบัตรหมดทุกรอบแล้ว
ข้อมูลข้างต้นยังอยู่ระหว่างการรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นระบบ จึงยังไม่อาจสรุปความได้ว่าพฤติการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างหรือเป็นกรณีเฉพาะ และมิได้กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการเคาน์เตอร์ใดโดยเฉพาะมีส่วนเกี่ยวข้อง
หากรายงานดังกล่าวเป็นความจริง ย่อมเป็นข้อสังเกตที่สำคัญต่อมาตรการที่ผู้จัดประกาศไว้เองที่ระบุว่าชื่อ-นามสกุล บนบัตรไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทุกกรณี ดังนั้นหากระบบหน้างานยังมีช่องทางในการแก้ไขชื่อได้จริง เงื่อนไขที่ผู้จัดประกาศไว้จึงอาจไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง
ชี้แจงต่อสาธารณะว่ากระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ครอบคลุมมาตรการเรื่องบอทและการขายต่อโดยบุคคลที่สามด้วยหรือไม่ และแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
บังคับใช้มาตรการทุกข้อที่ประกาศไว้อย่างครบถ้วน มิใช่เฉพาะเรื่องชื่อ-นามสกุลตรงกับบัตร
นำบัตรที่ตรวจสอบว่าผิดมาตรการกลับคืนสู่ระบบเพื่อเปิดจำหน่ายใหม่ให้ผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม
ตรวจสอบว่าการประกาศมาตรการแล้วละเลยไม่บังคับใช้ เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่
หากพบว่าบัตรขายต่อเกิดจากธุรกรรมผิดเงื่อนไข ขอให้สั่งการให้ผู้จัดและผู้จำหน่ายนำบัตรกลับคืนสู่ระบบ
แจ้งผลการดำเนินการต่อสาธารณชนเพื่อให้ผู้บริโภคที่รอซื้อได้รับทราบข้อมูลครบถ้วน
ตรวจสอบว่าการประกาศขายต่อในราคาสูงกว่าหน้าบัตรอย่างมีนัยสำคัญ เข้าข่ายการค้าไม่เป็นธรรมหรือการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายหรือไม่
ตรวจสอบว่าการประกาศห้ามขายต่อแล้วไม่บังคับใช้ เข้าข่ายการส่งเสริมหรือยินยอมให้มีการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
สั่งการให้ผู้จัดและผู้จำหน่ายบังคับใช้มาตรการที่ประกาศไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนถึงวันคอนเสิร์ต
สืบสวนว่ารูปแบบที่นั่งและโซนเรียงต่อเนื่องเป็นชุดในทุกรอบ เข้าข่ายการใช้บอทหรือสร้างบัญชีซ้ำเพื่อกว้านซื้อในลักษณะที่เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่
ประสานข้อมูลกับผู้จำหน่ายบัตร เพื่อเทียบธุรกรรมการซื้อกับหลักฐานการประกาศขายต่อที่ระบุวันที่แสดง โซน แถว และเลขที่นั่งโดยละเอียด
ตรวจสอบว่าการขายต่อจำนวนมากจากผู้ขายรายเดียวกัน เข้าข่ายการประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้หรือไม่
พิจารณาแนวทางตรวจสอบเงินได้จากการขายต่อ ทั้งผ่านโซเชียลและเว็บไซต์ตัวกลาง ให้จัดเก็บภาษีครบถ้วน